ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เริ่มที่ชนะตนเอง

ภาพเคลื่อนไหวภาพเคลื่อนไหวขอให้ วีดีโอ นี้เป็นแรงผลักดันให้ทุกคนมีกำลังใจสู้ต่อไป “เพื่อชัยชนะที่ยิ่งใหญ่”ภาพเคลื่อนไหวภาพเคลื่อนไหว

Advertisements

Valentine’s Day

ประวัติความเป็นมาของ วันวาเลนไทน์

โดย FourBears

Imageทุก ๆ ปีเมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ ดอกกุหลาบสีแดง การ์ดอวยพร ของขวัญ และช็อกโกแลต จะถูกส่งอวยพรถึงกันและกัน ระหว่างคนที่มีความรักต่อกัน ไม่ใช่เพียงแต่คนหนุ่มสาว แต่ยังรวมถึงคนในครอบครัว หรือมิตรสหาย เพราะในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งนับเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันแห่งความรัก หรือ วันวาเลนไทน์

ชื่อของ วาเลนไทน์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับ วันแห่งความรัก นี้ได้อย่างไร ? และทำไมเดือนกุมภาพันธ์ จึง เป็นเดือนแห่งความรัก ?

ประวัติดั้งเดิมของ วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก เกี่ยวพันทั้งกับประเพณีของชาวคริสเตียน และประเพณีดั้งเดิมของชาวโรมัน ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ตามความรับรู้ของชาวคริสต์ วันวาเลนไทน์ มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนักบุญที่ชื่อ วาเลนไทน์ หรือ วาเลนตินัส อย่างน้อย 3 คน ซึ่งทุกคนเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ทั้งสิ้น

ตำนานหนึ่งเล่าว่า วาเลนไทน์ เป็นนักบวชที่มีชีวิตอยู่ในกรุงโรม ในช่วงศตวรรษที่ 3 ของปีคริสตศักราช ในช่วงที่จักรพรรดิ คลอดิอุส 2 ปกครองกรุงโรม พระองค์เห็นว่า ผู้ชายที่เป็นโสด จะทำหน้าที่ทหารได้ดีกว่าชายที่มีภรรยาและครอบครัว พระองค์จึงทรงออกกฎหมายห้ามมิให้ผู้ชายในวัยหนุ่มแต่งงาน เพื่อที่จะกะเกณฑ์ชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงานเหล่านี้มาเป็นทหาร นักบวช วาเลนไทน์ ไม่เห็นด้วยกับจักรพรรดิ คลอดิอุส และเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม จึงยังคงลักลอบทำพิธีแต่งงานให้กับคนหนุ่มสาวที่มีความรักต่อไป เมื่อการกระทำของ นักบวชวาเลนไทน์ ล่วงรู้ถึงหูของจักรพรรดิ คลอดิอุส พระองค์จึงสั่งให้จับกุมและให้ประหาร นักบวชวาเลนไทน์ เสีย

อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า นักบวชวาเลนไทน์ ถูกประหารเพราะพยายามที่จะช่วยเหลือชาวคริสเตียนให้หนีออกจากคุกของพวกโรมัน ซึ่งเวลานั้น ผู้ที่เป็นคริสเตียนจะมีความผิด ต้องถูกนำไปคุมขัง และทรมานด้วยการเฆี่ยนตี

Imageตำนานที่สามเล่ากันว่า นักบวช วาเลนไทน์ คือผู้ที่ส่ง บัตร “ วาเลนไทน์ ” เป็นคนแรก ในขณะที่นักบวช วาเลนไทน์ ถูกจำคุกอยู่นั้น เขาตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง นางเป็นลูกสาวของผู้คุมที่คุกแห่งนั้น ซึ่งนางเข้าไปเยี่ยมในระหว่างที่นักบวชผู้นี้กำลังนอนป่วย ก่อนที่จะถูกประหาร เขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงนาง และลงท้ายจดหมายว่า “ จาก วาเลนไทน์ ของเธอ ” ซึ่งเป็นวลีที่ยังใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าความจริงเกี่ยวกับนักบวช วาเลนไทน์ จะเป็นตำนานที่ค่อนข้างสับสน แต่ทุกตำนานก็เป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ ความกล้าหาญ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ ความรัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในยุคกลางของยุโรป(ประมาณศตวรรษที่ 5 ถึงศตวรรษที่ 16 ของปีคริสตศักราช) นักบุญ วาเลนไทน์ จะเป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับความศรัทธามากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษและฝรั่งเศส

ขณะที่บางคนเชื่อว่า วันวาเลนไทน์ คือวันรำลึกถึงการเสียชีวิต หรือวันทำพิธีฝังศพของนักบุญ วาเลนไทน์ ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจจะเริ่มมาตั้งแต่ประมาณปีคริสตศักราช 270 ในบางความเชื่อกล่าวว่า พิธีแสดงความรักต่อนักบุญ วาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นประเพณีที่เพื่อแสดงความเป็น คริสเตียน ของนักบวชในศาสนาคริสต์ เพื่อที่จะมาทดแทนเทศกาล ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia) ของชาวโรมันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่แสดงความรักต่อเทพเจ้าฟอนนัสของชาวโรมัน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งเกษตรกรรม และเทพเจ้ารอมมิวนัส และเทพเจ้าเรมัส เทพเจ้าผู้สร้างกรุงโรม

พิธีเริ่มต้นโดยพวกสมาชิกของ ลูเปอร์ซิ และนักบวชโรมัน ไปชุมนุมกันที่ถ้ำอันศักดิ์ของพวกเขา ซึ่งเป็นที่กำเนิดของเทพเจ้า รอมมิวนัส และ เรมัส ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างกรุงโรม และเติบโตขึ้นจากการเลี้ยงดูและดื่มนมจากหมาป่า หรือ ลูปา พวกนักบวชโรมันจะทำการฆ่าแพะบูชายัญเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และฆ่าสุนัขบูชายัญเพื่อความบริสุทธิ์

Imageจากนั้นเด็กหนุ่ม ๆ จะทำการแล่หนังของแพะออกเป็นชิ้นยาว ๆ นำไปจุ่มในเลือดศักดิ์สิทธิ์ ถือไปตามถนน นำไปแตะที่ตัวผู้หญิง และถือไปตามท้องไร่ท้องนาต่าง ๆ ผู้หญิงโรมันจะเต็มใจให้นำเอาหนังแกะสดที่ชุ่มไปด้วยเลือดมาแตะตามตัว เพราะเชื่อว่าจะนำเอาความอุดมสมบูรณ์มาสู่กรุงโรม จากนั้นในรุ่งขึ้นอีกวัน หญิงสาวชาวเมืองจะพากันเอาชื่อของนางใส่ลงในหม้อขนาดใหญ่ เพื่อให้ชายโสดทั้งหลายมาเลือกชื่อพวกนางจากหม้อใบนี้ และก็เป็นคู่กันไปตลอดทั้งปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน สันตะปาปา เกลาเซียส ได้ประกาศเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันนักบุญวาเลนไทน์ เมื่อประมาณปีคริสตศักราช 498 การเลือกคู่แบบโรมัน กลายเป็นสิ่งที่ “ ไม่ใช่คริสเตียน ” และผิดกฎ ต่อมาในสมัยยุคกลางของยุโรป ได้กลายเป็นความเชื่อของคนในอังกฤษและฝรั่งเศสว่า 14 กุมภาพันธ์ เป็นการเริ่มต้นฤดูผสมพันธุ์ของ “ นก ” แล้วก็กลายเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก

เรื่องราวของ วาเลนไทน์ ที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังมีหลักฐานหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน คือบทกวีที่เขียนโดย ชาร์ลส ขุนนาง แห่ง ออร์ลีนส์ ซึ่งเขียนให้กับภรรยาของเขาขณะถูกคุมขังในหอคอยกรุงลอนดอน เนื่องจากถูกจับกุมในระหว่างสงคราม อะจินคอร์ต บทกวีชิ้นนี้เขียนขึ้นเมื่อปีคริสตศักราช 1415 ถูกเก็บไว้ในห้องสมุด บริติช แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และหลายปีต่อมา เชื่อกันว่า พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ได้จ้างวานให้กวีที่ชื่อ จอห์น ไลด์เกต ประพันธ์บทกวี วาเลนไทน์ ให้กับ แคทเธอรีน แห่ง วาโลอิส ในอังกฤษ เทศกาล วันวาเลนไทน์ ได้รับความนิยม มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 ของปีคริสตศักราช

Imageคิวปิด หรือ กามเทพ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักของชาวโรมัน ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ อันหนึ่งของ วันวาเลนไทน์ เนื่องจาก คิวปิด เป็นบุตรของเทพธิดา วีนัส ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความรัก และความงามของชาวโรมัน และมักจะปรากฏอยู่บน บัตรอวยพร วันวาเลนไทน์ อยู่เสมอ

กลางศตวรรษที่ 18 เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับผู้ที่เป็นคนรักกัน หรือ แม้แต่มิตรสหาย ทุกชั้นชน ที่จะแลกเปลี่ยนของขวัญชิ้นเล็ก ๆ หรือส่งจดหมายถึงกัน

จนถึงยุคปัจจุบัน ก็ได้กลายเป็นการส่งบัตรอวยพร การซื้อของขวัญ และการมอบขนมและช็อกโกแลต ให้แก่กัน และจนถึงวันนี้การส่งอีเมล์ และ เอสเอ็มเอส เพื่ออวยพรเนื่องใน วันวาเลนไทน์ ก็อาจจะเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกสื่อหนึ่ง

สถิติของยุโรปและอเมริกา พบว่า ประมาณร้อยละ 85 ของผู้ที่ใช้จ่ายเพื่อ วันวาเลนไทน์ จะเป็นสตรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของ บัตรอวยพร ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นการอวยพรเฉพาะคู่รักเท่านั้น เพราะในวันวาเลนไทน์นี้จะสามารถแสดงออกความรักต่อใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน

 

สารสกัดเห็ด”อวิ๋นจือ”

 สารสกัดเห็ด”อวิ๋นจือ” วิจัยทางเลือกสู้มะเร็ง

คนไทยตายเพราะมะเร็งเป็นอันดับหนึ่งนานติดต่อกันกว่า 10 ปีแล้ว

ล่าสุด ศ.คิว วาย หยาง ผอ.มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ วิจัยพบว่า “สาร PSP” ซึ่งสกัดได้จาก “เห็ดอวิ๋นจือ” มีถิ่นฐานอยู่ในเมืองจีน สามารถปรับสมดุลภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการนำไปศึกษาวิจัยเพิ่มเติม โดยแพทย์และเภสัชกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็งในหลายประเทศ

นอกจากมีงานวิจัยหลายชิ้นในสัตว์ทดลอง ยังมีการศึกษาทดลองใช้ในคน หรือการศึกษาทางคลินิกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี

ได้เปิดเผยข้อมูลและให้การรับรองผลการวิจัยจากหลายสถาบัน ถึงคุณสมบัติสารสกัด PSP ที่ช่วยลดผลข้างเคียงของผู้ป่วยมะเร็งอันเกิดจากการรักษาด้วยเคมีบำบัดและการฉายรังสี ทำให้ผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์ทรมานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และที่สำคัญ เป็นความหวังใหม่ในการต่อสู้กับมะเร็ง เพราะอาจทำให้เซลล์ของโรคร้ายนี้เล็กลง ไปจนถึงยุติการลุกลามได้ในที่สุด

“เห็ดอวิ๋นจือ” ซึ่งมีชื่อคล้ายกับเห็ดหลินจือ แต่เป็นคนละประเภทกันนั้น ศ.ดร.โจเซฟ วู อาจารย์และนักวิจัยภาควิชาชีวเคมีและชีวโมเลกุล แห่งนิวยอร์ก เมดิคัล คอลเลจ สหรัฐ อเมริกา ให้ข้อมูลจากการศึกษาว่าเป็นเห็ดที่มีความพิเศษเฉพาะในการบำรุง เสริมสร้างร่างกาย มีลักษณะเหมือนเกลียวเมฆ จึงเป็นที่มาของชื่อ “Cloud Mushroom”

โดยมีชื่อทางวิทยา ศาสตร์ว่า “Coriolus versicolor” สายพันธุ์ COV-1

จากที่มีอยู่ทั้งหมด 80 กว่าสายพันธุ์ และพัฒนาวิธีสกัดสารด้วยเทคนิคเฉพาะ จนได้สารสำคัญชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า “PSP” (Polysaccharopeptide) เป็นสารที่มีไม่กี่ชนิดในโลก เริ่มแพร่หลายไปในกลุ่มคนทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย และนิวซีแลนด์

โดยประสิทธิภาพสาร “PSP” ที่ศ.ดร.โจเซฟ วู ระบุมีอยู่ 3 ประการ คือ 1.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย 2. ช่วยลดผลข้างเคียงจากการรับเคมีบำบัดหรือการฉายรังสี ให้ผู้ป่วยมะเร็งมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และ 3. ทำให้เซลล์มะเร็งเล็กลง และลดความเสี่ยงในการเป็นซ้ำหรือเกิดการแพร่กระจาย

ส่วนผลการวิจัยจาก ศ.ดร.โจเซฟ กุกเลียเอลโม่ หัวหน้าภาควิชาเภสัชกรรมคลินิก ม.แคลิฟอร์ เนีย สหรัฐอเมริกา

บ่งชี้อีกว่า สารสกัด “PSP” จาก “เห็ดอวิ๋นจือ” ใช้ร่วมกับยารักษามะเร็งแผนปัจจุบัน และแผนทางเลือกอื่นๆ ได้อย่างปลอดภัย ถ้าเลือกใช้ถูกกับโรคแล้วมักได้ผลดีมากกว่าผลเสีย
นพ.คุง เซง เหลียง ผอ. The Integrated Clinic Ltd. ฮ่องกง ผู้เชี่ยวชาญในการประยุกต์ใช้การแพทย์แผนจีนผสมผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน บอกว่า ผลการศึกษาสารสกัดจากเห็ดอวิ๋นจือพบว่าช่วยส่งเสริมการรักษาได้ และตรงกับแนวคิด คือ เสริมภูมิ ลดผลข้างเคียงจากเคมีบำบัด และเพิ่มพลังงาน

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับผลไม้ล้างสารพิษ

การรับประทานอาหารบางครั้งก็มีทั้งประโยชน์และโทษ
แล้วถ้าเกิดร่างกายได้รับสารพิษ ควรจะทำอย่างไร ?

วันนี้เกร็ดความรู้มีผลไม้ที่สามารถล้างสารพิษออกจากร่างกายมาฝากกันค่ะ

ผลไม้ล้างสารพิษ หนึ่งทางเลือกที่ดีๆสำหรับคนรักสุขภาพ

คุณรู้หรือไม่ว่า…..

“บางครั้งอาหารที่เรารับประทานเข้าไปอาจมีสารพิษตกค้าง!!”

“หากสารพิษสะสมในร่างกายในปริมาณสูงจะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา!!”

การหันมาเลือกรับประทานสิ่งมีประโยชน์อย่าง “ผลไม้” จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยล้างสารพิษใน ตับ ไต ลำไส้ ผิวหนัง ได้ อีกทั้งยังช่วยป้องกันการจับตัวของสารพิษ รวมถึงช่วยขับของเสีย ซึ่งสารพิษต่างๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกายอาจมาจากควันพิษในอากาศ สารเจือปนในอาหาร อย่างสีผสมอาหาร สารกันเสีย ยาฆ่าแมลงได้เช่นกัน….

เรามาดูกันว่าผลไม้แต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการขับสารพิษอย่างไรกันบ้าง!!!



ชนิดแรกคือ “แอปเปิ้ล” ผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย แอปเปิ้ลมีสารสำคัญหลายชนิด เช่น เบตาแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำที่ชื่อเพคทิน ซึ่งสารนี้จะช่วยกำจัดสารพิษทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า แอปเปิ้ลยังมีเส้นใยมาก ซึ่งจะทำหน้าที่ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดี การรับประทานแอปเปิ้ลที่ดีควรล้างให้สะอาดโดยไม่ปอกเปลือกเพราะจะทำให้ไม่เสียคุณค่าทางโภชนาการไป


ชนิดต่อมาเป็น แตงโม มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ดังนั้นจึงช่วยฟอกล้างไตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังใช้รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดความดันโลหิต และทำให้สบายท้อง แตงโม เป็นผลไม้ฉ่ำน้ำ มีความเย็น รสหวาน รับประทานเป็นผลไม้แก้กระหายคลายร้อนได้อย่างดี หรือดื่มเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ น้ำแตงโม ยังช่วยทำให้ร่างกายขับปัสสาวะได้ดี จึงมีผลช่วยล้างไต ล้างกระเพาะปัสสาวะ ไม่ให้ร่างกายมีการสะสมกรดยูริค อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคไขข้อ โรคเกาต์


ถัดมาได้แก่ องุ่น มีฤทธิ์เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้ และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่ออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆในร่างกายองุ่นยังให้พลังงานสูงและนำไปใช้ได้ง่าย อุดมด้วยเกลือแร่ ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย การรับประทานองุ่นเป็นประจำ จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง บำรุงหัวใจ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง คนที่ร่างกายผอมแห้งแรงน้อย แก่ก่อนวัย ไม่มีเรี่ยวแรง ถ้ารับประทานองุ่นเป็นประจำ จะช่วยเสริมทำให้ร่างกายค่อยๆแข็งแรงขึ้นได้


สัปปะรด จัดเป็นผลไม้อมเปรี้ยวอมหวานอีกชนิดหนึ่งที่สามารถล้างสารพิษได้และยังสามารถนำไปทำอาหารทั้งคาวและหวานได้หลายชนิด ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากมาย สัปปะรดมีเอนไซม์โบรมีลินสูง เอนไซม์นี้ช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เชื่อกันว่าสัปปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหรอ ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อ กำจัดน้ำมูก ย่อยอาหาร ขับเหงื่อ บำรุงกำลัง

 


ส่วน มะละกอและมะม่วง ทั้งสองอย่างนี้มีลักษณะคล้ายกัน ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อว่าพาเพน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำย่อยเพปซินในกระเพาะอาหาร จึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น ช่วยทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร เชื่อกันว่ามะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย


ชนิดสุดท้าย อะโวคาโด เราอาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันสามารถหาซื้ออะโวคาโดได้จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก การรับประทานอะโวคาโดสามารถทานได้สดๆหรือนำมาดัดแปลงทำเป็นสลัดอะโวคาโดเพื่อเปลี่ยนรสชาติในการรับประทานได้ดีอีกทางหนึ่งด้วย

ไม่เพียงแค่ผลไม้ 6 ชนิดนี้เท่านั้น ยังมีผักและผลไม้อีกมากมายหลายชนิดที่มีคุณประโยชน์ อยู่ที่เราจะเลือกรับประทานอย่างไรเพื่อให้ได้คุณค่ามากที่สุด หันมารับประทานผัก ผลไม้ กันเยอะๆนะคะ นอกจากจะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้แล้วยังช่วยบำรุงอวัยวะต่างๆให้อยู่กับเราไปอีกนานแสนนานค่ะ และดิฉันก็หวังว่าเพื่อนๆทุกคนจะได้ประโยนช์
อย่างมากจากเกร็ดความรู้นี้นะคะ^^




เครดิต:http://www.thaihealth.or.th/node/6636

คำขวัญวันครูปี 2556

“คำขวัญวันครู” พ.ศ. 2556

นางสาวรจนา วงศ์ข้าหลวง รักษาการเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตามที่คุรุสภาประกาศเชิญชวนให้ประชาชน ครู นิสิต นักศึกษา นักเรียน ส่งคำขวัญวันครู พ.ศ. 2556 เข้าประกวด เพื่อร่วมเชิดชูเกียรติคุณครู และระลึกถึงพระคุณครูนั้น

คณะอนุกรรมการประกวดคำขวัญวันครูและบทร้อยกรองเทิดพระเกียรติคุณครู เนื่องในโอกาสวันครู พ.ศ. 2556 ได้พิจารณาตัดสินคำขวัญวันครูที่ชนะการประกวดเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยรางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมรับโล่เกียรติยศ และกำหนดให้เป็นคำขวัญวันครู พ.ศ. 2556 ได้แก่

แปดสิบพรรษา พระราชินี ราษฏร์รัฐภักดี ครูศรีแผ่นดิน

ของนายสะอาด สีหภาค จังหวัดศรีสะเกษ

รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล รางวัลละ 7,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ นายทองสุข วงษ์อนันท์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และนายธันวา เดชะศิริ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

รางวัลชมเชย 10 รางวัล รางวัลละ 3,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ 1) นายศรัณย์พงษ์ ศรีพูน จังหวัดนนทบุรี 2) นายนิวัฒน์ รักษ์รอด 3) นางสาวปาจรีย์ ทรงเสรีย์ จังหวัดกรุงเทพมหานคร 4) นางบุญเรือง อุทนา จังหวัดน่าน 5) นางสาววันเพ็ญ แสงจักร จังหวัด อ่างทอง 6) นายยุทธพล กล้าสงคราม จังหวัดอ่างทอง 7) เด็กหญิงชนัญดา ลาหาญ จังหวัดอำนาจเจริญ 8) นางสาวจิระนันท์ การสุวรรณ์ จังหวัดยโสธร 9) นางสายตา นำแก้ว จังหวัดพัทลุงและ 10) นางจริยา จันทร์บุญ จังหวัดนครศรีธรรมราช

สามารถดูรายละเอียดและประกาศผลการตัดสินการประกวดคำขวัญวันครู พ.ศ. 2556 ได้ที่ www.ksp.or.th

ดาวน์โหลดไฟล์ประกาศได้ที่ http://www.ksp.or.th/ksp2009/upload/informationnews/files/2998-1805.pdf

วันครู

วันครูแห่งชาติ 
วันครูปีนี้ตรงกับวันพุธ ที่ 16 มกราคม พุทธศักราช 2556
 
วันครูแห่งชาติ

วันครู 16 มกราคมของทุกปี 

ประวัติความเป็นมาของวันครู
 
     มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2500 สืบเนื่องมาจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. 2488 ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภาเป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครูในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ความ เห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษา ควบคุมจรรยาและวินัยของครู รักษาผลประโยชน์ ส่งเสริมฐานะของครู จัดสวัสดิการให้ครูและครอบครัวได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู
 
     ด้วยเหตุนี้ในทุก ๆ ปี คุรุสภาจะจัดให้มีการประชุมสามัญ คุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูจากทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และซักถามปัญหาข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของ คุรุสภาโดยมีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเป็นผู้ตอบ ข้อสงสัยสถานที่ในการประชุมสมัยนั้นใช้หอประชุมสามัคคยาจารย์ หอประชุมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระยะหลังใช้หอประชุมคุรุสภา ปี พ.ศ. 2499 ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า
 
     “ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือ ว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมี บุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บันดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับคนทั่วไปถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง”
 
     จากแนวความคิดนี้ กอปรกับความคิดเห็นของครูที่ แสดงออกทางสื่อมวลชนและอื่น ๆ ที่ล้วนเรียกร้องให้มีวันครูเพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครู ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก ในปีเดียวกันที่ประชุมคุรุสภาสามัญประจำปีจึงได้พิจารณาเรื่องนี้และมีมติ เห็น ควรให้มีวันครูเพื่อเสนอคณะกรรมการอำนวยการต่อไป โดยได้เสนอหลักการว่า เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครูและเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างครู กับประชาชน
 
     ในที่สุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2499 ให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็น “วันครู” โดย เอาวันที่ประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2488 เป็นวันครูและให้กระทรวงศึกษาธิการสั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดัง กล่าวได้ 
 
วันครูทางพระพุทธศาสนา คือวันอะไรถ้าเราถือว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นเป็นบรมครูของเรา วันที่เนื่องด้วยพระองค์ก็คือวันวิสาขะบูชา ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน จะถือวันนี้ก็คงจะได้ เราไม่ได้มีการกำหนดตายตัวหรอก แต่ถือวันนี้ก็ได้เหมือนกัน หรือว่าบางท่านอาจจะถือว่าพระธรรมเป็นใหญ่ ก็อาจจะถือวันที่พระองค์แสดงธรรมครั้งแรก ก็คือวันอาสาฬหะบูชาก็ได้ ที่พระองค์แสดงปฐมเทศนาธัมมจักรกัปปวัฒนสูตรให้กับปัญจวัคคี ก็ได้เหมือนกัน
 
การบูชาพระคุณของครู ในทางพระพุทธศาสนามีวิธีการอย่างไรสุดยอดของการบูชาคือการปฏิบัติบูชา ทำตามสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์สอนเอาไว้ หลักก็คือสำหรับพวกเราที่ครองเรือนอยู่ วิถีชีวิตชาวพุทธก็คือ ให้ทาน รักษาศีล แล้วก็ตั้งใจเจริญสมาธิ(Meditation)ภาวนา
การบูชาพระคุณของครู
ในทางพระพุทธศาสนามีวิธีการอย่างไร

 

บทสวดเคารพครู

(สวดนำ) ปาเจราจริยาโหนฺติ (รับพร้อมกัน) คุณุตฺตรานุสาสกา
ปญฺญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ

สวดทำนองสรภัญญะ

(สวดนำ) อนึ่งข้าคำนับน้อม (รับพร้อมกัน) ต่อพระครูผู้การุณย์
โอบเอื้อและเจือจุน อนุศาสน์ทุกสิ่งสรรพ์
ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน
ชี้แจงและแบ่งปัน ขยายอรรถให้ชัดเจน
จิตมากด้วยเมตตา และกรุณา บ เอียงเอน
เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ให้ฉลาดและแหลมคม
ขจัดเขลาบรรเทาโม หะจิตมืดที่งุนงม
กังขา ณ อารมณ์ ก็สว่างกระจ่างใจ
คุณส่วนนี้ควรนับ ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร
ควรนึกและตรึกใน จิตน้อมนิยมชม
(กราบ)

 

 

5 อาหารเพื่อผิวสวย

เชื่อหรือไม่ว่าอาหารที่เราทานเข้าไปมีผลส่งไปถึงความรู้สึกภายในและยังส่ง ผลไปถึงสิ่งที่เราจะมองเห็นได้ภายนอกอีกด้วย แต่คราวนี้เราไม่ได้มาพูดถึงเรื่องการลดน้ำหนัก เราจะพูดถึงเรื่องของ “ผิวพรรณ” การทานอาหารเพื่อสุขภาพส่งผลให้เรามีผิวที่สวยและเราก็มีความสุขที่ได้รับ อาหารดีๆนั้นด้วย แล้วเราควรทานอะไรล่ะ วันนี้ผู้หญิงนะคะดอทคอมมีอาหารสำหรับผิวมาฝากกันค่ะ


1. น้ำ

เป็นที่รู้กันดีว่าน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างกาย และเราก็ไม่ควรจะขาดน้ำ การดื่มน้ำเพียงพอจะช่วยให้ระบบทำงานอย่างลื่นไหล เช่น ระบบขับถ่าย, การประมวลผลทางความคิด และความสดชื่นของร่างกาย ยังไม่หมดแค่นั้นค่ะ ยังช่วยขับสารพิษหรือของเสียต่างๆออกได้อีกด้วย น้ำจึงทำให้ผิวของเรากระจ่างใส ดูสดใส แล้วดื่มขนาดไหนถึงจะพอดีล่ะ คงต้องสังเกตจากสีของปัสสาวะค่ะ ถ้าเป็นสีเหลืออ่อน แสดงว่าเราได้รับน้ำเพียงพอ ถ้าสีเข้ม ก็ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น

2. อาหารที่อุดมด้วย โอเมก้า 3

อาหารอะไรบ้างน่ะเหรอ ยกตัวอย่างเช่น แซลมอน วอลนัท และถั่วต่างๆ ทาน อาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ทำให้ผิวดูเอิบอิ่มและสดใส โอเมก้า 3 ยังช่วยต้านการอักเสบ ซึ่งจะทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น ทำให้ผิวหน้าของสาวๆเปล่งประกาย

3. อาหารที่อุดมด้วยซีเลเนียม

จากการศึกษาทำให้พบประสิทธิภาพของแร่ธาตุชนิดนี้ ซึ่งช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้ อาหารที่อุดมด้วยซีเลเนียม ได้แก่ ธัญพืช ไก่งวงและทูน่า ถ้าอยากมีผิวที่ดูอ่อนวัยและช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ซีเลเนียมก็คือคำตอบค่ะ ถ้าไม่รู้จะทานอะไรดีลองทานซีเรียลที่เป็นธัญพืชในตอนเช้าก็ได้ แม้จะราคาสูงแต่รับรองว่าคุ้มค่า จะเติมเป็นผลไม้สดที่เราชอบลงไปด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติก็ได้ค่ะ

4. ชาเขียว

ชาเขียวเนี่ย ในเมืองไทยเราก็นิยมดื่มกันพอสมควร เพราะรู้กันดีว่ามีประโยชน์แต่รู้มั้ยคะว่าสำหรับผิวเราแล้ว การดื่มชาเขียวช่วยลดความอยากอาหารลง และยังช่วยเผาผลาญแคลอรี่อีกด้วย สำคัญจริงๆก็คงจะเรื่องที่ช่วยให้ผิวไม่แก่ก่อนวัยค่ะ แต่ประโยชน์จริงสำหรับเครื่องดื่มชาเขียว คือการช่วยลดการอักเสบ เหมือนกับโอเมก้า 3 ชาเขียวยังช่วยปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ผิว ทำให้ผิวดูสดใสขึ้น อวบอิ่มขึ้นและดูมีสุขภาพดี

5. อาหารที่อุดมด้วย วิตามินเอ

วิตามินเอเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว เมื่อเราขาดวิตามินเอ ผิวจะแห้งและเป็นขุย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผู้หญิงเราต้องการเลยใช่มั้ยคะ หลายคนจึงให้ความสำคัญกับครีมที่มีวิตามินเอ เพื่อลดริ้วรอย ลดสิว แต่เราก็สามารถทานวิตามินเอจากอาหารได้ด้วยเหมือนกัน แหล่งอาหารชั้นยอดและราคาไม่แพงเกินไป ได้แก่แครอท บร็อคโคลี มันฝรั่งและเนย